10 สายพันธุ์กัญชายอดนิยม ในไทย

12

กัญชา คือ สมุนไพรที่ใช้รักษาโรคมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีตเช่นบรรเทาอาการเจ็บปวด นอนไม่หลับ เป็นต้น ต่อมาจึงมีการเรียนรู้ที่จะใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ ซึ่งในปัจจุบันยังถูกนำมาพัฒนาโรคได้มากมายถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในวงการแพทย์ โดยในกัญชานั้นจะมีสารหลากหลายชนิดแต่สาระสำคัญที่สุดก็คือ สาร THC และ CBD ที่เจอได้ในทุกส่วนของต้นแต่จะเจอมากที่สุดในช่อดอกกัญชาเพศเมีย สารทั้ง 2 ชนิดนี้ ยังออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันออกไปอาทิ สาร THC มีผลต่อจิตประสาท จะช่วยทำให้เคลิบเคลิ้มมีความสุข คลายกังวล เพิ่มความอยากอาหาร แก้อาเจียน ลดความเจ็บปวด ช่วยในการนอนหลับ จึงมักจะถูกนำไปใช้เพื่อสันทนาการ ส่วนสาร CBD ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท และไม่มีฤทธิ์เสพติด ส่วนใหญ่มักจะใช้ในทางการแพทย์ เช่น บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง บรรเทาอาการพาร์กินสัน  ลดปัญหาผิวหนัง บรรเทาอาการซึมเศร้า เป็นต้น

ซึ่งในปัจจุบันกัญชาที่พบเจอก็มีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ กระจายไปทั่วโลกมีฤทธิ์แตกต่างกันออกไป แต่ที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายก็มีอยู่ไม่กี่ชนิดเท่านั้น ซึ่งที่นำมาใช้ในบ้านเราก็มีทั้งพันธุ์ไทยแท้ และพันธุ์จากต่างประเทศ โดยสายพันธุ์กัญชาที่ได้รับความนิยมก็มีดังต่อไปนี้

  1. สายพันธุ์หางกระรอก

กัญชาสายพันธุ์หางกระรอก เป็นกัญชาไทยแท้ ๆ จนมีชื่อเรียกว่าไทยสติ๊ก (Thai Stick) ลักษณะของต้นจะมีช่อดอกใหญ่และเรียงกันแน่นเป็นพวงทรงสามเหลี่ยมคล้ายหางกระรอก โดยสายพันธุ์นี้ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กัญชาที่ดีที่สุดในโลกเพราะ ให้สาร THC และ CBD ในสัดส่วน 1-1 เลยทีเดียว ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะค่า THC สารที่ส่งผลต่อสมองทำให้เคลิ้ม รู้สึกมีความสุข ส่วนทางการแพทย์ก็นิยมใช้ในการรักษาอยู่ในระดับที่สูง ราว ๆ 18-22 % เลยทีเดียว นอกจากนี้การที่มีค่า THC และ CBD ที่เท่ากันจึงเป็นพันธุ์ที่มีการศึกษาวิจัยในทางการแพทย์มากที่สุด จุดเด่นยังมีกลิ่นที่ไม่ฉุนมาก หอมคล้ายมะม่วงสุก

  1. กัญชา สายพันธุ์ตะนาวศรีก้านขาว

เป็นกัญชาสายพันธุ์ไทยอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะให้สาร CBD สูง ไม่แพ้สายพันธุ์อื่นจึงเหมาะที่ใช้ในทางการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยลักษณะของลำต้นจะเป็นพุ่มเตี้ย ช่อดอกเป็นกระจุกแน่นที่บริเวณปลายกิ่งหนาแน่นค่อนข้างมาก มีใบที่ออกเป็นสีเขียวอ่อนประมาณ 3-9 แฉก มีความยาวประมาณ 15 ซม. ความยาวก้านต่ำสุดอยู่ที่ 1.5 ซม. – 3 ซม.  มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เมื่อสูดดมจะคล้าย ๆ กับเปลือกส้มที่ผสมกลิ่นตะไคร้ มีกลิ่นฉุนแต่จะน้อยกว่ากัญชาสายพันธุ์หางเสือ

  1. สายพันธุ์ตะนาวศรีก้านแดง

กัญชาสายพันธุ์ตะนาวศรีก้านแดง เป็นกัญชาสายพันธุ์ที่ให้สาร CBD สูง ซึ่งมากกว่าสาร THC อยู่ในชนิดที่ 3เช่นกัน จึงถูกนำไปวิจัยเพื่อพัฒนาใช้ประโยชน์ในการแพทย์อย่างแพร่หลาย ในส่วนของกลิ่นจะหอมหวานคล้ายกลิ่นผลไม้สุกไม่มีกลิ่นฉุน ลักษณะช่อดอกมีจำนวนมากเหมือนสายพันธุ์ตะนาวศรีก้านขาว แต่จะแตกต่างตรง กิ่ง ก้าน และใบ จะมีสีแดง มีความยาวของก้านประมาณ 15 ซม. สั้นสุดประมาณ 3 ซม. ใบประมาณ 3-9 แฉก ช่อดอกเป็นทรงสามเหลี่ยม ลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย เมล็ดคล้ายรูปไข่กลับ มีผิวที่เรียบออกสีน้ำตาล มีลายแถมสั้นตามยาว ปลายยอดจะแหลม

  1. สายพันธุ์หางเสือ

กัญชาสายพันธุ์หางเสือ เป็นหนึ่งในกัญชาสายพันธุ์ยอดนิยมในประเทศไทยกลิ่นหอมแปลกเฉพาะ คล้ายเปลือกส้ม มีลักษณะของช่อดอกค่อนข้างยาวเป็นพวงยาวคล้ายกับสายพันธุ์หางเสือ มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหอมเหมือนเปลือกส้ม แต่จะมีกลิ่นฉุนเล็กน้อย ให้สาร THC สูงมากกว่า CBD ใบสีแดงออกม่วง บางทีก็เป็นสีแดงออกเขียวก็มีให้เห็นบ้าง เมื่อถึงเวลาออกผลผลิตจะมีช่อที่ออกมากระจุกหนาแน่น ออกได้เป็นจำนวนมากบริเวณปลายกิ่ง ทรงของลำต้นจะเป็นพุ่ม เป็นดอกย่อยห่าง มีกลิ่นฉุนแต่ไม่แรงมากนัก ในส่วนของใบยาวประมาณ 12 ซม. ก้านใบยาวมากสุด 3 เซนติเมตร มีแฉกประมาณ 3-9 แฉก

  1. สายพันธุ์ซาติวา (Cannabis Sativa)

กัญชาสายพันธุ์ซาติวา เป็นที่รู้จัก และนิยมไปทั่วโลกมีแหล่งกำเนิด ทวีปอเมริกา ตอนกลางของทวีปแอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสายพันธุ์ในประเทศไทยทั้งหมดที่มีส่วนมากจะเป็นสายพันธุ์ Sativa เช่น หางกระรอกก้านแดง หางกระรอกอีสาน ตะนาวศรีก้านแดง และก้านเขียว เกริงกระเวีย หางเสือ เป็นต้น สายพันธุ์นี้ชอบแดดและ อากาศร้อน มีสาร THC ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท สูงกว่าอินดิกา ส่งผลให้รู้สึกอารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า  มีความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นการทำงานของสมองให้ตื่นตัว จึงถูกนิยมนำมาใช้ในเวลากลางวัน ระยะเวลาการเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวประมาณ 9-16 สัปดาห์ ลักษณะของต้นหนา ต้นมีความสูงโปร่ง เพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดที่เพียงพอ นา ต้นามคิดสร้างสรรค เมื่อเติบโตเต็มที่สูงประมาณ 6 เมตร ช่อดอกส่วนมากจะมีลักษณะเป็นช่อเรียว ยาว แต่ก็พบว่าบางแห่งเกาะเป็นกลุ่มกับเป็นลักษณะคล้ายป็อปคอร์น ใบยาว เรียว สีเขียวอ่อน

  1. สายพันธุ์อินดิกา (Cannabis Indica)

กัญชาสายพันธุ์อินดิกา แหล่งกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และบริเวณตะวันออกกลาง ชอบที่ร่ม อากาศเย็นสบาย เป็นสายพันธุ์ที่มีสาร CBD สูง จึงมีฤทธิ์ระงับ ประสาท ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลับสบาย และลดอาการปวดเรื้อรัง ได้ดี ส่วนใหญ่จึงนำไปทำเป็นยารักษาโรคหรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสายพันธุ์ที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายค่อนข้างน้อยมาก ลักษณะของลำต้นเป็นพุ่มเตี้ย ระยะเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวประมาณ  6-8 สัปดาห์ ความสูงเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 180 ซม. ใบกว้าง สั้น มีสีเขียวเข้ม กิ่งก้านค่อนข้างดกหนา

  1. สายพันธุ์รูเดอราลิส (Cannabis ruderalis)

กัญชาสายพันธุ์รูเดอราลิส มีต้นกำเนิดจากทางตอนกลาง และทางตะวันออกของยุโรป หากเทียบกับสายพันธุ์ซาติวากับพันธุ์อินดิกา จะให้สาร THC น้อย แต่มี CBD สูง จึงแทบจะไม่นิยมปลูกเพื่อนำมาบริโภคโดยตรง หรือเพื่อการสูบสันทนาการ แต่จะปลูกเพื่อนำไปผสมข้ามสายพันธุ์กับสายพันธุ์ซาติวา และอินดิกา (เป็นสายพันธุ์ Hybrid) ที่ให้คุณสมบัติทางยาที่สูงขึ้นอีกทั้งยังออกผลผลิตได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ลักษณะของลำต้นจะเตี้ยคล้ายวัชพืช ใบกว้าง มี 3 แฉก มีการเติบโตค่อนข้างรวดเร็วถึงแม้จะปลูกในแสงที่น้อยแต่ให้ดอกสม่ำเสมอ ทนต่อทุก ๆ สภาพอากาศสามารถอยู่ได้ทั้งในอากาศร้อน และเย็น นอกจากนี้ยังค่อนข้างมีความทนทานต่อความเสียหายที่เกิดจากแมลงที่มาเกาะกิน และโรคเกี่ยวกับพืชได้ดีเป็นอย่างมาก

  1. สายพันธุ์แจ็ค แฮร์เรอ (Jack Herer)

กัญชาสายพันธุ์แจ็ค แฮร์เรอ เป็นสายพันธุ์กัญชายอดนิยมในต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ยืนยันได้จากอดีตที่ผ่านมาได้รับรางวัลมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ด้วยการที่เป็นลูกผสมระหว่าง sativa และ indica ทำให้มีสาร THC ประมาณ 18% และมีสาร CBD น้อยกว่า 1% ซึ่งการออกฤทธิ์จะช่วยทำให้กระปรี้กระเปร่า เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ รู้สึกล่องลอยมีความสุข รู้สึกผ่อนคลายรวมไปถึงรู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างมาก กลิ่นที่ได้จะไม่ฉุนมากนัก ออกคล้าย ๆ ต้นสน สมุนไพร และไม้ โดยมีกลิ่นเทอร์ปีน เทอร์ปิโนลีน ผสมรวมอยู่ด้วย ส่วนลักษณะของลำต้นเมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง ประมาณ 2.5 เมตร มีระยะเวลาออกดอกเร็วประมาณ 7-10 สัปดาห์ เจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 22.2 ถึง 26.6 องศาเซลเซียส มีเกสรตัวเมียสีส้มกระจายอยู่ทั่วดอกสีเขียวอ่อน

  1. สายพันธุ์เดอร์แบน พอยซัน (Durban Poison)

กัญชาสายพันธุ์เดอร์แบน พอยซัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์กัญชาซาติว่า ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ ถูกสร้างขึ้นโดยการผสมข้ามพันธุ์ของชาวแอฟริกาใต้ และชาวดัตช์ โดยสรรพคุณมีสาร THC ประมาณ 20% และมีสาร CBD น้อยกว่า 1% จึงออกฤทธิ์คล้ายกับพันธุ์แจ็ค แฮร์เรอ คือ ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น มีความสุข เคริบเคลิ้มล่องลอยได้ มีกลิ่นคล้ายกับต้นสนและสมุนไพรมีกลิ่นเทอร์ปีน เทอร์ปิโนลีน ลักษณะของลำต้นจะสูง ออกดอกเร็วประมาณ 8 – 9 สัปดาห์ มีใบขนาดใหญ่ที่มีดอกตูมยาว เจริญเติบโตได้ง่ายสามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

  1. สายพันธุ์สตอร์เบอรี่ คอฟ (Strawberry Cough)

กัญชาสายพันธุ์สตอร์เบอรี่ คอฟ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์กัญชาซาติว่า ที่นิยมใช้ไปทั่วโลก โดยมีสาร THC ประมาณ 19% และมีสาร CBD ประมาณ 1% โดยจุดเด่นที่สุดก็คือนั้น มีกลิ่นหอมสตรอเบอรี่ และเบอรี่เตะจมูก ส่วนรสชาติจะเปรี้ยวคล้ายสตรอเบอรี่ เบอรี่ องุ่น ซึ่งถือว่าเป็นของโปรดสำหรับสายเขียวที่ชอบสูบสันทนาการ การออกฤทธิ์ ให้ความสุข ผ่อนคลาย ตัวเบาลอย กระปรี้กระเปร่า ช่วยลดความวิตกกังวล เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และชอบพูดชอบคุยมากเป็นพิเศษ ในส่วนลักษณะลำต้นเติบโตได้สูงถึง 150 ซม. ให้ผลิตออกดอกประมาณ 70 วัน ดอกหนาแน่นสีเขียวมะนาวที่ส่วนปลายบานใหญ่คล้ายรูปจอบ มีขนสีส้มสดใสสวยงาม

ทั้งหมดนี้ก็คือ 10 สายพันธ์กัญชายอดนิยม ในประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ทั้งไทย และต่างประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ THC และสาร CBD การออกฤทธิ์ สรรพคุณ ลักษณะต่าง ๆ ซึ่งการเลือกใช้ก็ควรให้ถูกจุดประสงค์ที่ต้องการให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามสารในกัญชาถึงแม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีโทษอยู่ด้วยเช่นกันดังนั้นหากต้องใช้ควรเน้นไปเพื่อการรักษาโรคจะดีที่สุด และการใช้แต่ละครั้งควรปรึกษาแพทย์เสมอ

Previous articleสายพันธุ์กัญชา Sativa, Indica และ Ruderalis ความเป็นมา และความแตกต่าง
Next articleHemp Seed Oil คืออะไร / ประโยชน์ในการใช้ และข้อควรระวัง